Main Menu

  • หน้าหลัก
  • E-Filling สพฐ.
  • E-Money
  • กลุ่ม ICTสพ.อุตรดิตถ์ เขต 1
  • สารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS)
  • ข้อมูลสารสนเทศ
  • หมายเลขโทรศัพท์ภายใน/จนท.
  • - เบอร์กลาง 0-5581-7760
  • - หน้าห้อง ผอ.สพป.  0-5581-7756
  • - เบอร์แฟกซ์ 0-5581-7759
  • * กลุ่มอำนวยการ
  • * กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา
  • * กลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน
  • * กลุ่มบริหารงานบุคคล
  • * กลุ่มบริหารงานการเงินและ
  •    สินทรัพย์
  • * กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลฯ
  • * กลุ่มนโยบายและแผน
  •    0-5581-7751, 05581-7709
  • * หน่วยตรวจสอบภายใน

หน่วยงาน/องค์กร

  • กระทรวงศึกษาธิการ
  • สำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน
  • สำนักงานลูกเสือเขตพื้นที่การศึกษา อุตรดิตถ์ เขต 1
  • คุรุสภาเขตพื้นที่การศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1
  • สกสค.จังหวัดอุตรดิตถ์
  • สำนักงบประมาณ
  • จังหวัดอุตรดิตถ์

หน่วยงานภายใน

  • กลุ่มอำนวยการ
  • กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา
  • กลุ่มบริหารงานบุคคล
  • กลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชน
  • กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรัพย์
  • กลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลฯ
  • กลุ่มนโยบายและแผน
  • หน่วยตรวจสอบภายใน

ช่าวเด่นวันนี้

1

เรื่อง



2

เรื่อง

 

read more

นโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ

img

ในปีงบประมาณ พ.ศ.2555  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์  เขต 1 ได้กำหนดทิศทางในการพัฒนาการศึกษา ดังนี้

◊ วิสัยทัศน์ (VISION)
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1  เป็นองค์กรหลักที่เข้มแข็ง ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาอย่างทั่วถึง มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน
สู่ประชาคมอาเซียน ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ภายใต้การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
◊ พันธกิจ (MISSION)   
1. เร่งพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  ส่งเสริมความสามารถทาง เทคโนโลยีสารสนเทศ 
ปลูกฝังให้ผู้เรียนเป็นคนดี สำนึกในความเป็นไทย ร่วมใจพัฒนาถิ่นกำเนิด ภายใต้ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษาให้ประชากรวัยเรียนได้เรียนรู้ตลอดชีวิตเต็มตามศักยภาพอย่างทั่วถึง
พร้อมพัฒนาสู่ประชาคมอาเซียน
3. พัฒนาและเสริมสร้างสมรรถนะ ครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ  นำเทคโนโลยีสารสนเทศ
มาใช้ในการศึกษาและการเรียนรู้ พร้อมทั้งส่งเสริมให้มีการวิจัย สร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมเพื่อพัฒนา
คุณภาพการศึกษา
4. เร่งพัฒนาประสิทธิภาพและจัดระบบการบริหารจัดการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา
ให้เข้มแข็ง ทันสมัย ตามหลักธรรมาภิบาล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
◊ ค่านิยม ( Core   Values )    บริการดี  มีความรับผิดชอบ
◊ วัฒนธรรม ( Culture )   ยิ้ม ไหว้  ทักทาย  ให้บริการ  ทำงานเป็นทีม
◊  เป้าประสงค์ (Goals)
           1. ประชากรวัยเรียนทุกคนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามหลักสูตรและมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
           2. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์
           3. ประชากรวัยเรียนทุกคน ได้เข้าเรียนและเรียนรู้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ด้วยรูปแบบการจัดการ
ศึกษาที่หลากหลาย 
           4. ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีคุณธรรมจริยธรรม มีความรู้ความสามารถ มีทักษะและสมรรถนะ
ตามมาตรฐานวิชาชีพ
           5. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา มีระบบบริหารจัดการที่มีคุณภาพ มีระบบเทคโนโลยี
สารสนเทศที่สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้รับบริการมีความพึงพอใจ สถานศึกษาทุกแห่งได้รับ
การรับรองคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา และทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการศึกษา
◊  ประเด็นกลยุทธ์ (Strategic Issues) 
- ประเด็นกลยุทธ์ที่ 1  :   ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา  
- ประเด็นกลยุทธ์ที่ 2  :   เสริมสร้างโอกาสทางการศึกษา
- ประเด็นกลยุทธ์ที่ 3  :   คุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา
- ประเด็นกลยุทธ์ที่ 4  :   ประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา

read more

ประวัติจังหวัดอุตรดิตถ์ (UTTARADIT) (ขอขอบคุณ ข้อมูลจังหวัดอุตรดิตถ์ : www.uttaradit.go.th)

คำขวัญประจำจังหวัดอุตรดิตถ์
" เหล็กน้ำพี้ลือเลื่อง เมืองลางสาดหวาน บ้านพระยาพิชัยดาบหักถิ่นสักใหญ่ของโลก"

" ดอกประดู่  ดอกไม้ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ " "ต้นสัก :  ต้นไม้ประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ "
ประวัติความเป็นมาจังหวัดอุตรดิตถ์
   อุตรดิตถ์มีความหมายว่าเมืองท่าแห่งทิศเหนือและก่อนจะมาเป็นเมืองท่าสำคัญ แต่เดิมอุตรดิตถ์เคยเป็นเมือง
ในปกครองของ เมืองพิชัยอันเป็นเมืองเก่าแก่ ปรากฏชุมชนอาศัยมาตั้งแต่สมัยโบราณ
สมัยก่อนประวัติศาสตร์
   สมัยโบราณก่อน พ.ศ. 1000 ยังไม่มีตัวอักษรใช้กัน แต่อุตรดิตถ์มีคนอาศัยอยู่แล้วเพราะหลักฐานจากการ ค้นพบภาพเขียนสีโบราณบนหน้าผาเขาตาพรหม หลังที่ว่า การอำเภอทองแสนขันและกลองมโหระทึกทำด้วย
ทองสัมฤทธิ์ ที่ตำบลท่าเสา อำเภอเมือง อุตรดิตถ์ เมื่อปี พ.ศ. 2470 ทำให้ เราทราบว่าอุตรดิตถ์เป็นดินแดน
ที่มีผู้คนเข้ามาอาศัยอยู่ก่อน พ.ศ. 1000 แล้ว เพราะโบราณวัตถุที่ค้นพบดังกล่าวเป็นโลหะ ที่มีใช้กันอยู่ในยุค
สัมฤทธิ์หรือยุคโลหะตอนต้นอันเป็นยุคก่อน ประวัติศาสตร์นั่นเอง
สมัยสุโขทัย
   ในสมัยสุโขทัยท้องที่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้มี การตั้งเมืองขึ้นหลายเมือง เช่น เมืองฝางหรือเมืองสวางคบุรี
เป็นเมืองที่มีชื่อปรากฏในศิลาจารึกของกรุง สุโขทัย เมื่อคราวที่พระมหาธรรมราชาลิไทแห่งกรุงสุโขทัย
ได้ทรงสร้างพระมหาธาตุที่นคร ชุม ตอนท้ายของศิลาจารึกได้กล่าวถึง เมืองฝางซึ่งเป็นเมืองหนึ่งของ
อาณาจักรสุโขทัย และยังเป็นเมืองต่อมาจนถึงสมัยอยุธยาปัจจุบันเมืองฝางอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองอุตรดิตถ์
จากการพบตัวเมืองและสถูปมีลักษณะเดียวกับเมืองโบราณสมัยสุโขทัย นอกจากนี้ในกฎหมาย ลักษณะลักพา
ครั้งรัชกาลสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แห่ง กรุงศรีอยุธยา มีชื่อเมืองทุ่งยั้งอยู่ในทำเนียบด้วย ปัจจุบัน
อยู่ในท้องที่อำเภอลับแล เมืองโบราณอีกเมืองหนึ่ง คือ เมืองตาชูชก มีแม่น้ำ น่านเป็นคูเมือง ธรรมชาติ
มีคำบรรยายลักษณะเมืองในศิลา จารึกสุโขทัย ปัจจุบันอยู่ในท้องที่อำเภอตรอน
สมัยกรุงศรีอยุธยา
   ตั้งแต่สมัยพระเจ้าอู่ทองสร้างกรุง ศรีอยุธยา เมื่อ พ.ศ. 1893 ปรากฏ เมืองขึ้นถึง 16 เมือง ในจำนวนนี้ มีเมือง
พิชัยซึ่งอยู่ในท้องที่อุตรดิตถ์ ในปัจจุบันรวมอยู่ด้วย สมัยสมเด็จ พระนเรศวรมหาราชเมื่อทรงยกทัพขึ้น ไปขับไ่ล่
ทหารพม่าทางหัวเมืองเหนือ พระยาสวรรคโลกและพระยาพิชัย แข็งเมืองไม่ยอมเกณฑ์กำลังไปช่วย สมเด็จ
พระนเรศวรมหาราชจึงจับตัว เจ้าเมืองทั้งสองประหารชีวิต และกวาด ต้อนผู้คนพลเมืองมายังเมืองพิษณุโลกจนสิ้น
สมัยกรุงธนบุรี
   เมื่อปีพ.ศ. 2315 สมัยพระเจ้ากรุงธนบุรี โปสุพลา แม่ทัพพม่า เมื่อเดินทัพผ่านเข้ามาใกล้ชายแดนไทยก็แบ่ง กองทัพเข้ามาตีเอาเมืองลับแล และยกทัพเลยเข้ามาตีเมือง พิชัย ขณะนั้นไพร่พลเมืองพิชัยยังมีน้อย พระยาพิชัย
จึงรักษา เมืองไว้ และขอกำลังเมืองพิษณุโลกขึ้นไปช่วย เจ้าพระยา สุรสีห์ก็รีบเกณฑ์กองทัพขึ้นไปยังเมือง
พิชัยตีค่ายพม่าพระยาพิชัยยกออกมาตีกระหนาบอีกด้าน กองทัพพม่าต้านทานไม่ไหวก็แตกหนีไปต่อมา พ.ศ. 2316 โปสุพลาแม่ทัพพม่ายกทัพตีเมือง พิชัยอีก แต่ฝ่ายไทยรู้ตัวก่อน เจ้าพระยาสุรสีห์กับพระยาพิชัยชวนกันยก
กองทัพ ซุ่มสกัดทัพพม่า เมื่อกองทัพ พม่ายกมาถึงเจ้าพระยาสุรสีห์กับพระยาพิชัยออก ระดมตีได้รบกันเป็น
สามารถ ฝ่ายไทยได้ที่ชัยภูมิ ได้เปรียบพม่าตีทัพโปสุพลาแตกกลับไป การรบ ครั้งนี้เมื่อเข้าประจัญบาน
พระยาพิชัยถือดาบ สองมือเข้าไล่ฟันพม่าจนดาบหัก เลื่องลือชื่อ เสียงถึงเรียกชื่อกันว่า “พระยาพิชัยดาบหัก”
แต่นั่นมา
สมัยรัตนโกสินทร์
   ช่วงรัชกาลที่ 3 เมืองพิชัย ได้กลายเป็นหัวเมือง สำคัญ ได้เมืองขึ้นแผ่ขยายเขตแดนออกไปถึงเมืองเวียงจันทร์ จดแม่น้ำโขง ต้องตรวจตรารักษาการเมืองแพร่และเมืองน่าน ตลอดจนเมืองหลวงพระบางอันเป็นเมืองหน้าด่าน
ขณะเดียวกัน กับตำบลบางโพท่าอิฐซึ่งอยู่ติดแม่น้ำน่าน อันเป็นแม่น้ำสำคัญ สายเดียวที่ใช้ติดต่อค้าขายขึ้นมาได้
สะดวกถึงเมืองเหนือด้วย เหนือขึ้นไปสายน้ำตื้นเขินมากมายไปด้วยเกาะแก่ง จึงเป็นที่ รวมสินค้าจากเมืองหลวง
พระบาง เมืองแพร่ เมืองน่าน ตลอดจนแคว้นสิบสองปันนาก็นำสินค้าพื้นเมืองเดินบกลงมา จำหน่ายแล้วส่งต่อ
ล่องใต้ไปจนถึงกรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2430 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงเห็นว่าที่ตำบลบางโพ
ท่าอิฐ คงจะเจริญต่อไป ในภายหน้า ด้วยเป็นทำเลการค้าอย่างดีริมแม่น้ำน่าน ราษฎรก็อพยพเข้ามาอาศัย
อยู่มากขึ้นทุกปี จึงโปรดให้ตั้งเป็นเมือง อุตรดิตถ์ อันหมายถึง เมืองท่าแห่งทิศเหนือ และโปรดให้ อุตรดิตถ์เป็น
เมืองขึ้นของเมืองพิชัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2442 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดให้ย้าย ศาลากลางเมืองพิชัยไปตั้งบังคับบัญชาที่เมืองอุตรดิตถ์ เวลานั้นอุตรดิตถ์ได้กลายเป็นชุมชนขนาดใหญ่กว่า
เมือง พิชัยเสียอีก ปี พ.ศ. 2458 จึงโปรดให้เปลี่ยน นามเมืองพิชัยเป็นเมืองอุตรดิตถ์เป็นต้นมา จนปัจจุบัน
ที่ตั้งและอาณาเขต The Location and Boundary
   อุตรดิตถ์เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคเหนือตอนล่างในแดนล้านนาตะวันออก อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ โดยทางรถยนต์ 491 กิโลเมตร และโดยทางรถไฟ 485 กิโลเมตรมีเนื้อที่กว้างประมาณ 7,838.592 ตารางกิโลเมตร
หรือประมาณ 4,899,120 ไร่ มีอาณาเขตติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียงดังนี้
- ทิศเหนือ ติดกับ จังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน
- ทิศใต้ ติดกับ จังหวัดพิษณุโลก
- ทิศตะวันออก ติดกับ จังหวัดพิษณุโลก - และจังหวัดเลยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
  โดยเขตชายแดนยาวประมาณ 135 กิโลเมตร
- ทิศตะวันตก ติดกับ จังหวัดสุโขทัย
Uttaradit Province is a province in the lower part of the northern region in the Eastern Lanna Territory 491 kilometers by drive away from Bangkok, having an area of 7,838.592 square kilometers or 4,899,120 rai and having its boundary as follows:
North :  bordering with Phrae Province and Nan Province .
South : bordering with Phitsanulok Province .
East :   bordering with Phitsanulok Province , Loei and Democractic peoples Republic of
              Laos for a distance of approximately 135 kilometers.
West :  bordering with Sukhothai

สภาพภูมิอากาศ The Climatic Condition
   จังหวัดอุตรดิตถ์ได้รับอิทธิพลจากกระแสลมมรสุมตะวันออก เฉียงเหนือ และตะวันตกเฉียงใต้ มีความชื้น และความร้อนสูง ในฤดูร้อนอากาศจะร้อนจัด อุณหภูมิเฉลี่ย 35 องศาเซลเซียส อากาศเย็นสบายในฤดูหนาว
และมีฝนตกชุกในฤดูฝน ปริมาณน้ำฝนของจังหวัดอุตรดิตถ์ระหว่างปี 2546 ถึง 2549 จะอยู่ช่วง 1,216.0 มิลลิเมตร ถึง 2,241.0 มิลลิเมตร ฝนตกมากที่สุดในปี 2542 วัดได้1,695.9 มิลลิเมตร จำนวนวันฝนตก 124 วัน ส่วนฝนตกน้อยที่สุดใน ปี 2541 วัดได้ 1,216.0 มิลลิเมตร จำนวนวันฝนตก 121 วัน
It is influenced by the northeast and southwest monsoon, having a high degree of humidity and heat. In the hot season the weather is extremely hot; the average temperature is 35 degrees celsius. The weather is comfortably cool in winter and rainy in the rainy season.
สภาพภูมิประเทศ Topoqraphy
แบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ คือ
ที่ราบลุ่มแม่น้ำน่าน บริเวณสองฝั่งของแม่น้ำน่าน และลำน้ำสาขาที่ไหลมาบรรจบกับแม่น้ำน่าน สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ค่อนข้างราบเรียบ อยู่ในเขตอำเภอตรอน พิชัย และบางส่วนของอำเภอเมืออุตรดิตถ์ลับแลและ
ทางแสนขันที่ราบระหว่างหุบเขา และบริเวณลูกคลื่นลอนลาด บริเวณที่อยู่ต่อเนื่องจากบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำ
ทางด้านเหนือและด้านตะวัน ออกของจังหวัด ประกอบด้วยที่ราบแคบ ๆ ระหว่างหุบเขาตามแนวคลองตรอน แม่น้ำปาด คลองแม่พร่อง ห้วยน้ำไคร้ และลำธารสายต่าง ๆ สลับกับภูมิประเทศเป็นเขาในเขตอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ ลับแล น้ำปาด ฟากท่า และบ้านโคก เขตภูเขาและที่สูง มีพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของจังหวัดอยู่ในบริเวณ
ทางด้านเหนือ และทางตะวันออกของจังหวัด โดยเฉพาะเขตอภำเภอเมืองอุตรดิตถ์
The topography of Uttaradit comprises: The Nan basin plains are located in Tron district, Phichai district, Mueang Uttaradit district, Lablae district and Thong Saen Khan district.
Valley & wavy slope plains, situated north and east of the province, lie between valleys along the Tron Cannal, Pat river, Mae Phrong canal, Nam Krai stream and brooks.
Highlands & mountains, located north and east of the province, particularly in Ban Khok district, Fak Tha district, Nam Pat district, The Pla district, Lablae district and Mueang Uttaradit district.

การเมืองการปกครอง Goverment
การปกครองส่วนภูมิภาค จังหวัดอุตรดิตถ์แบ่งพื้นที่เพื่อการบริหารราชการ ส่วนภูมิภาคเป็น 9 อำเภอ 67 ตำบล 613 หมู่บ้านโดยมีอำเภอดังนี้

  1. อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ (Mueang Uttaradit)
  2. อำเภอตรอน (Tron)
  3. อำเภอท่าปลา (Tha Pla)
  4. อำเภอน้ำปาด (Nam Pat)
  5. อำเภอฟากท่า (Fak Tha)
  6. อำเภอบ้านโคก (Ban Khok)
  7. อำเภอพิชัย (Phichai)
  8. อำเภอลับแล (Laplae)
  9. อำเภอทองแสนขัน (Thong Saen Khan)

การปกครองส่วนท้องถิ่น
จังหวัดอุตรดิตถ์แบ่งพื้นที่เพื่อการบริหารราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 4 ประเภท ประกอบด้วย

  • องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง
  • เทศบาลเมือง 1 แห่ง
  • เทศบาลตำบล 16 แห่ง
  • องค์การบริหารส่วนตำบล 62 แห่ง

การเมือง
  จังหวัดอุตรดิตถ์ แบ่งเขตการเลือกตั้งออกเป็น 1 เขต และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 3 คน
และสมาชิกวุฒิสภา 3 คน
สภาพทางเศรษฐกิจ The Economic Condition
  จังหวัดอุตรดิตถ์มีผลผลิตสาขาที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจของจังหวัดคือ สาขาการเกษตร รองลงไปคือ
การอุตสาหกรรม การประมง และการพาณิชย์
- พืชเศรษฐกิจของจังหวัดที่สำคัญคือ ลางสาดมีการปลูกมากที่สุดในประเทศ นอกจากนี้ก็มี ทุเรียน เงาะ
  มังคุด สับปะรด ลำไย ส่วนพืชไร่ที่เป็นพืชเศรษฐกิจคือ ข้าวอ้อย ข้าวโพด กระเทียม ถั่วต่างๆ และยาสูบ
  เป็นต้น
- มีพื้นที่ปลูกอ้อยมากเพราะมีโรงงานน้ำตาลถึง 2 แห่ง มีโรงงานผลิตภัณฑ์อาหารกระป๋อง
- มีการทำอุตสาหกรรมในครัวเรือนหลายอย่างเช่น การทำไม้กวาดตองกง การทอผ้า การจักสานเครื่องใช้
  ไม้ไผ่ การทำเครื่องปั้นดินเผา การตีเหล็กทำเครื่องใช้เกษตรกรรมและทำมีด เป็นต้น
- สภาพความคล่องตัวของเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตเมืองอุตรดิตถ์ อำเภอลับแล อำเภอพิชัย
   มีธนาคารพาณิชย์คอยให้บริการอยู่หลายแห่ง จากสภาพทั่วไปแล้วจังหวัดอุตรดิตถ์มีค่าครองชีพ
   ของประชากรอยู่ในระดับ ปานกลาง
The output field highly affecting the economy of Uttaradit Province is the field of agriculture; the next are fishing and commerce, Major cash crops of the province are Langsat, which is grown here more than elsewhere in the country, durian, rambutan and mangos teen,
pineapple, longan while major farm cash crops are rice, sugarcane, corn, beans, garlic, onion and tobacco. Sugarcane cultivation occupies a large area because there are two sugar refineries. There are canned food product factories and several kinds of cottage industry, broom-making, cloth-weaving, bamboo basketry, pottery, steel production for making farming tools and knives. The state of economic mobility would in large part be in the areas of Mueang Uttaradit District, Lablae District and Phichai District and there are several commercial bank branches. From the general situation, the cost of living of the people of Uttaradit Province is at the medium level.

ทรัพยากรธรรมชาติ Natural Resources
จังหวัดอุตรดิตถ์มีทรัพยากรป่าไม้ที่สมบูรณ์ มี ทรัพยากรแร่ธาตุหลายชนิด เช่น แร่พลวง เหล็ก ทองแดง ยิปซั่ม ใยหิน ดินขาว ทัลค์ แต่ยังไม่ได้นำไปใช้ในทางเศรษฐกิจ และมีแหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ แม่น้ำน่าน ไหลผ่านเขตจังหวัดเป็นระยะความยาวถึง160 กิโลเมตร แม่น้ำปาด ห้วยพูล คลองแม่พร่อง ห้วยน้ำพี้ คลองตรอน ห้วยน้ำลอก นอกจากนั้นมีเขื่อนและฝาย กักเก็บน้ำเพื่อการชลประทาน คือ เขื่อนสิริกิติ์ ฝายสมเด็จฯ ฝายหลวงลับแล และ ซึ่งเป็นฝายแรกของประเทศไทย
There are fertile forests in Uttaradit. There are also several kinds of minerel resources, e.g. antimony, iron, copper, gypsum, stone fiber, kaolin, tale, still remaining unutilized for economic purposes, however, the and its major natural water sources are the Nan River, which runs through its boundary for a distance of 160 kilometers; the Pat River, Huay Phlu Brook, Mae Phrong Stream, Nam Phi Brook, Tron Stream and Nam Lok Brook. In addition, it has dams and weirs storing water for irrigational purposes, e.g. ' Sirikit Dam, Som dej pra Srinakharindra Weir, Luang Lablae Weir which is the first weir of hailand.
ประชากร Population
   ในปี 2553 จังหวัดอุตรดิตถ์มีประชากรมีประชากรทั้งสิ้น 462,651 คน เป็นชาย 228,268 คน
เป็นหญิง 234,383 คน (ข้อมูล ณ เดือน กรกฎคม 2553)
In 2010 Uttaradit Province had a total population of 462,651 , male of 228,268 people and female of 234,383 people (Update July 2010)

read more

ประวัติ สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1

img

ประวัติสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์  เขต  1 
    ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ  พ.ศ.2546  มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 7 กรกฎาคม 2546 เป็นต้นไป ทำให้โครงสร้างของ
หน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ  มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ในพื้นที่
จังหวัดอุตรดิตถ์ กำหนดให้มี 2 เขตพื้นที่การศึกษา  ดังนี้
- สพป.อุตรดิตถ์ เขต 1 ประกอบด้วย : 1.อ.เมืองอุตรดิตถ์  2.อ.ตรอน 3.อ.พิชัย 4.อ.ลับแล 5.อ.ทองแสนขัน
- สพป.อุตรดิตถ์ เขต 2 ประกอบด้วย : 1.อ.ท่าปลา 2.อ.น้ำปาด 3.อ.ฟากท่า 4.อ.บ้านโคก
ที่ตั้งของสำนักงาน
   เดิมเป็นที่ตั้งของ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดอุตรดิตถ์ เลขที่ 91/7 ถนนพาดวารี ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ รายนามผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารสำนักงาน ดังนี้
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1
       1. นาย   สนอง          เครือมาก             7 ก.ค. 2546 - 18 ก.ค. 2547     
       2. นาย   ทวีศักดิ์      จารุชาต            18 ก.ค. 2547  - 30 ก.ย. 2547
       3. นาย   เรืองฤทธิ์   วรจิต                 22 ธ.ค. 2547   - 30 ก.ย. 2549
       4. นายุ   สนอง         เครือมาก            1 พ.ย. 2549  -  30 ก.ย. 2550
       5. นาย   กิตติพงศ์     พิพัฒน์ศิวพงศ์    1 ต.ค. 2550  -  2 พ.ย. 2553
       5. นาย  ประพฤทธิ์    สุขใย                 3 พ.ย. 2553 - ปัจจุบัน

read more

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุตรดิตถ์ เขต 1 | 91/7 ถนนพาดวารี ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ 53000 | Tel 0-5581-7760 | Fax 0-5581-7759

E-Mail : uti@obec.go.th , wanyasomboon@gmail.com

Design by somboon wanyanaporn : 08-1284-8059